วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2561

Jarvis Forex ดีไหม ได้กำไรจริงไหม มาเช็ค Stat บน Myfxbook กัน


ปัจจุบันมี EA มากมายบนตลาด Forex แล้วเราจะมีวิธีดูหรือวัดผลอย่างไรว่า EA นั้นมีประสิทธิภาพที่สุด

วิธีตรวจสอบ Performance ทำได้ดังนี้

1.ควรเช็คผลทดสอบย้อนหลังหรือ Backtest ที่ย้อนหลังทุกวัน มากกว่า 1000 วัน หรือ 3ปี (ในส่วนนี้ควรเช็คทุนเริ่มต้น , Drawdown , ผลกำไรทั้งหมด)

2.Demo แถบตอบอะไรไม่ได้เลย ถ้าระบบนั้นส่ง Myfxbook Demo มาให้ดู มันตอบอะไรแถบไม่ได้เลย เพราะ Demo ต่างกับพอร์ทจริง Real ค่อนข้างมาก ทั้งเรื่อง Slippage ต่างๆ และ Spread (ผู้เขียนเคยเจอระบบที่ Demo มากำไรดีมากๆ ไม่มีขาดทุนเลย แต่พอรันพอร์ทจริง กลับตรงกันข้ามทุกอย่าง)

3.ผล Backtest ไม่ใช่ทุกอย่าง ต้องดูผลการรันจริงที่มากกว่า 1-2 ปี ด้วย บาง EA ผลทดสอบกำไรดีมากๆ ไม่เคยขาดทุนเลย แต่รันจริง กลับตรงกันข้าม อาจเกิดจากผู้พัฒนาได้มีการแอบแฝงบางอย่าง

4.Myfxbook ผู้อ่านทุกคนควรให้ความสนใจกับ Myfxbook เพราะมันคือตัวเก็บสถิติทุกอย่างของพอร์ท Forex ทำให้นำมาวิเคราะห์ได้ทุกอย่างในตลาดนี้ ข้อสังเกตุถ้าระบบไหนเค้าไม่ให้ Myfxbook คุณดู ให้คิดได้เลยว่าเค้ากำลังปกปิดอะไรบางอย่างกับคุณ

5.ระบบที่ดีและเสถียร ควรมีการรันจริงและเก็บสถิติบน Myfxbook มากกว่า 1 ปี
เหตุผลเพราะว่า ตลาด Forex มีหลายรูปแบบกราฟ มีหลากหลายช่วง

เป็นคุณจะเลือกการทำกำไรแค่ 1-3 เดือนแล้วล้างพอร์ท หรือคุณจะลงทุนกับระบบที่เค้ารันกันมามากกว่า 1-2 ปีแบบเป็นกำไรและอยู่รอดในระยะยาว?
แน่นอนเมื่อคุณเป็นนักลงทุนไม่ใช่นักพนัน คุณคงไม่อยากเข้าไปเสี่ยงวัดใจเดือนต่อเดือนกับการล้างพอร์ท ของระบบที่ไม่ให้คุณดูสถิติ หรือไม่มีการรันจริงระยะยาว 1ปีนั่นเอง



มาวิเคราะห์ Myfxbook ของ JARVIS FX EA ที่เค้ารันกันมามากกว่า 1-2 ปีกัน


ตัวเลขต่างๆบน Stat Myfxbook บอกอะไรเราได้บ้าง


1.ส่วนบนที่เขียนว่า  Real(USD) ส่วนนี้เป็นตัวบอกว่า พอร์ทนี้เป็นบัญชีจริง หน่วยกำไรเป็นดอลล่า
*** ถ้าส่วนนี้เขียนว่า Demo คือบัญชีทดสอบ หรือถ้าไม่มีส่วนนี้ แสดงว่าไม่ได้มีการรันจริงๆ

2.คำว่า Gain คือพอร์ทเป็นกำไรไปแล้วกี่ % จากทุนตั้งตน ของ JARVIS กำไรปัจจุบัน 500%++

3.คำว่า Abs.Gain คือพอร์ทเป็นกำไรกี่ % จากทุนทั้งหมด (ในที่นี้รวมถึงการเติมเงินร่วมด้วย) ของ JARVIS 465%
*** สังเกตุว่า ทำไมบาง Myfxbook กำไร 500% แต่ Abs.Gain แค่ 10% เหตุผลก็เพราะว่า พอร์ทนั้นเติมเงินต่างๆนาๆ ให้พอร์ทโต ไม่ใช่กำไรจากทุนทั้งหมดจริงๆ

4.Drawdown คือจำนวน % การลากของพอร์ทนี้ ตัวอย่างเช่น ในภาพ 11% คือ พอร์ทนี้เคยลากก่อนเป็นกำไรทั้งหมด 11% จากทุนทั้งหมดเท่านั้น

5.ฺBalance คือทุนในปัจจุบันอาจจะมาจาก(ทุน+กำไรในอดีต) มีหน่วยเป็น ดอลล่า

6.Equity คือทุนในพอร์ทที่รวมผลกำไรขาดทุนทุกออเดอร์ที่ค้างยังไม่ได้ปิดอยู่ในพอร์ท
ตัวอย่างเช่น บางระบบ Equity เหลือ 10-50% แสดงว่า ระบบนั้นยังมี order ค้างติดลบยังปิดไม่ได้อยู่ ลากอม Drawdown
ในภาพ Equity 100% แสดงว่าปิดเป็นกำไรทั้งหมด 500%++ แล้ว และไม่มีออเดอร์ค้างใดๆ

7.Profit คือกำไรทั้งหมดที่พอร์ทนี้ทำได้

8.Deposit คือ ทุนทั้งหมดที่ฝากเข้าพอร์ท

9.Withdrawals คือ การถอนเงินจากพอร์ทนี้ทั้งหมด

10.Updated ส่วนนี้คือพอร์ท Myfxbook ที่เก็บข้อมูลนี้ เข้าไปเช็คอัฟเดตในพอร์ทล่าสุดเมื่อใด
*** ในส่วนนี้บางระบบสามารถหลอกคุณได้ โดยการทำกำไรให้ได้เยอะๆ และเปลี่ยน password พอร์ท เพื่อไม่ให้ Myfxbook เข้าไปเก็บ ทำให้คุณเห็นแค่ช่วงกำไร แต่ไม่เห็นช่วงขาดทุนหรือล้างพอร์ทของพอร์ทนั้นๆ สังเกตุง่ายๆ พอร์ท Myfxbook ค่าตรงคำว่า Update ควรเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
ของ JARVIS ถือว่าดีมากๆ เพราะไม่มีการปกปิดใดๆ Update Realtime ทุกๆชั่วโมง ของทุกวัน

11.ชื่อเดือน ตรงกราฟด้านขวามือ บ่งบอกได้ว่าพอร์ทนั้นรันทำกำไรมากี่เดือนแล้ว อย่างที่บอกไปในข้างต้นคุณจะเชื่อสถิติที่รันจริงมาแค่ 1-3 เดือนแล้วจากไป หรือคุณจะเชื่อระบบที่ทำกำไรมามากกว่า 1-2 ปีขึ้นไป
*** ของ JARVIS รันมาหลายเดือนมากๆ และรันมามากกว่า 1-2 ปี แล้ว ถือว่าดีมากๆ สำหรับระบบนี้

น่าจะพอเข้าใจการเลือกระบบ EA Forex ที่มีมากมายบนตลาด Forex กันแล้ว อยู่ที่คุณจะเลือกว่าคุณอยากใช้ระบบแบบไหน และผู้ให้บริการเค้าจริงใจและเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดมากแค่ไหน


EA JARVIS ดีไหม

ถ้าถามว่า EA JARVIS Forex ดีไหม?

ต้องดูผู้ใช้งานครับ ว่าชอบแบบไหน จากที่ศึกษาระบบ EA JARVIS รู้สึกว่าค่อนข้างเสถียร และแสดงข้อมูลครบถ้วนให้คนได้ติดตามและศึกษา Myfxbook ที่เค้าอัฟ Realtime มามากกว่า 2ปี ทำให้เป็นตัวบ่งบอกถึงการใช้ Robot ที่สู้กับหลายๆสภาพตลาดมา ไม่ใช่ทำกำไรแค่สั้นๆและนำมาใช้งานแน่นอน

ส่วนข้อดีของ EA JARVIS

จากที่ได้ศึกษาข้อมูลและลองใช้งานมากว่า 1ปี พบว่าปลอดภัยกว่า EA หลายๆแบบ เนื่องจากเป็น EA ที่เปิด-ปิดได้ทุกวัน ไม่ได้ถือยาว เสี่ยงกับข่าวต่างๆนาๆ เพราะเราไม่รู้ว่าข่าวสงครามต่างๆจะเกิดเมื่อใด ในเมื่อทำกำไรได้ในเวลาสั้นๆ ย่อมดีกว่าถือยาวแล้วเจอข่าวที่ผิดปกติ

เป็นระบบที่มีคัตลอส เมื่อผิดทาง ในตลาดนี้ต้องบอกว่าไม่มีใครที่ไม่พลาด ไม่มีเทคนิคไหนที่แม่นยำ 100% มีแต่ระบบไหนที่ควบคุมความเสี่ยงได้ดีที่สุด ของ JARVIS EA ถือว่ารองรับในส่วนนี้ได้ดีมากๆ เพราะที่เค้าพัฒนาระบบใหม่ เค้าควบคุมความเสี่ยงเพียง 7.5-10% หมายความว่าถ้าเกิดวันใดวันนึง เกิดสงครามหรือข่าวแรงๆ เช่น ปลดทรัมป์ ปธน สหรัฐ เป็นต้น ระบบก็จะเซฟและคัตที่ 7.5-10% เท่านั้น ไม่ต้องปล่อยลากยาวรอจนหมดพอร์ท

ถ้าคุณมองและวางแผนระยะยาว ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์มากๆ เพราะ EA JARVIS ถูกทดสอบกับสถิติย้อนหลังที่นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ แสดงให้เห็นถึงการผ่านสภาพกราฟหลายๆรูปแบบ และยังมีการรันจริงที่โชว์ข้อมูล Realtime ให้เราติดตามบน Myfxbook ทุกวันอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันสมาชิกเค้ากำไร 200-500% กันแล้วครับ


สุดท้ายนี้ อยากแนะนำคนที่กำลังศึกษาหรือมองหา EA ใช้งาน


คุณจงอย่าเชื่อระบบที่บอกคุณว่ากำไร 100% ต่อเดือน หรือ กำไร 5-10% ทุกวัน เพราะระบบพวกนี้จะเน้นคนเทรดเพื่อกินค่าคอมมิสชั่น ไม่มีระบบไหนได้กำไรง่ายขนาดนั้นโดยไม่มีความเสี่ยงครับ

อย่าเชื่อผลกำไรแค่ 1-2 เดือนที่นำมาโชว์คุณ เพราะตลาดนี้มีหลายรูปแบบ คุณจะเข้ามาทำกำไร 1-2 เดือน แล้วขาดทุนหมดพอร์ทกลับไป อย่างนั้นหรือ?

พยายามติดตามและขอข้อมูลทั้งหมดที่แนะนำไปในการศึกษาก่อน อาทิเช่น Myfxbook รันมากกว่า 1ปี , ขอข้อมูล Backtest ที่ยาวมากกว่า 1000 วัน หรือมากกว่า 3 ปี

อย่าเชื่อแต่รีวิว เพราะ Performance สำคัญกว่า การรีวิวจากสมาชิก อาจมาจากแค่ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เค้าทำมาเพื่อโปรโมทการตลาดเท่านั้น Performance และผลกำไรที่แท้จริงอยู่บน Myfxbook พอร์ทจริงที่แสดงให้คุณเห็นครับ รีวิวไม่ใช่ performance

ถ้าสังเกตุคนที่เทรดเป็นอาชีพ ตัวอย่างเช่น Warren Buffett เค้าได้ปีละ 5-20% และทำมายาวหลายๆปี ย้ำว่าปีละ นะครับ ถือว่าเก่งมากๆแล้วครับ เพราะการลงทุนรูปแบบอื่นๆ เช่นฝากประจำ , หรือซื้อกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างมากก็ได้ปันผล 1-5% ต่อปีเท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น